Thisability: การจ้างงานคนพิการ
คือ การเปิดประตูสู่ความเท่าเทียมในหัวใจ

“การให้โอกาส” คือ การเปิดประตูสู่ความเท่าเทียมในหัวใจ
ที่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตใครบางคนให้ดีขึ้นได้

ในโลกที่เต็มไปด้วยความหลากหลายของคนในสังคม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพศสภาพ การเข้าถึงด้านการศึกษา หรือ ความพิการที่หลายคนอาจจะยังไม่ค่อยเข้าใจ และมองว่าพวกเขาแตกต่าง สิ่งที่เขาต้องการมากที่สุด อาจจะเป็นการที่ทุกคนเปิดประตูหัวใจและยอมรับพวกเขาอย่างเท่าเทียม ความเท่าเทียมนี้ไม่ใช่แค่ทุกคนได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียมกันแต่หมายรวมถึง การที่คนทุกคนในสังคมได้รับโอกาสในการใช้ชีวิตที่เท่าเทียมกัน

ไม่ว่าจะเป็นการได้สิทธิในการเข้าถึงสถานที่ต่างๆ สิทธิการเข้าถึงการศึกษา หรือสิทธิที่ได้รับโอกาสในการทำงาน โดยเฉพาะคนพิการที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า โอกาสที่สถานประกอบการ องค์กรต่างๆ หรือบริษัทจะรับคนพิการเข้าทำงานยังเป็นเรื่องที่ยากมากในปัจจุบัน 

จากประสบการณ์ของผู้เขียนที่เคยถูกปฏิเสธงานและสถิติของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในเดือนกรกฎาคม 2568 ระบุว่า จากคนพิการวัยทำงานจำนวน 807,333 คน เป็นคนพิการที่ไม่สามารถทำงานได้ 222,457 คน 

คนพิการที่ไม่มีงานทำ 386,193 คน และมีเพียง 196,852 คน ที่ได้รับโอกาสในการทำงานอาจเป็นเพราะภาพมายาคติของสังคมที่ถูกตีตราว่าคนพิการไม่สามารถทำงานได้และมีข้อจำกัดในการทำงาน ทำให้ไม่ได้รับการสนับสนุนและโอกาสในการทำงานเท่าที่ควร 

หากได้รับการจ้างงานก็จะถูกจำกัดในอาชีพการทำงาน เช่น ธุรการ เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ คอลเซ็นเตอร์ ฯลฯ อย่างไรก็ตาม คนพิการแต่ละคนก็มีศักยภาพที่แตกต่างกัน เหมือนกับทุกๆ คนที่มีสิ่งที่ตัวเองทำได้ดีและทำไม่ได้ เราอยากให้สังคมเปิดโอกาสให้คนพิการสามารถประกอบอาชีพได้ในหลากหลายอาชีพ ไม่ควรถูกจำกัดเพียงเพราะเขาเป็นคนพิการ ให้พวกเขาได้แสดงศักยภาพอย่างแท้จริง 

แสนสิริเองและบริษัทในเครือก็เป็นประตูบานหนึ่งที่เปิดโอกาสให้คนพิการได้เข้ามาทำงาน สะท้อนความเชื่อที่ว่า ศักยภาพของบุคคลไม่ควรถูกจำกัดด้วยข้อจำกัดทางร่างกาย ด้วยการให้โอกาสได้พิสูจน์ความสามารถด้วยการลงมือทำ 

แสนสิริจึงได้จับมือกับ Habito mall ต่อยอดและสนับสนุนด้วยการให้โอกาสและการจ้างงานคนพิการ ภายใต้แคมเปญ “Thisability” เปิดพื้นที่ให้ทุกความสามารถเท่าเทียม“เพราะเราเชื่อว่าถึงทุกคนจะมีความแตกต่างหลากหลายแต่ทุกคนก็มีความสามารถในตัวเอง” 

วันนี้ Mental Life by Chanisara จะชวนทุกคนมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับการจ้างงานคนพิการ การเปิดพื้นที่ ให้คนพิการทำงานอย่างเท่าเทียม รวมถึงการที่แสนสิริเป็นสะพานสู่โอกาสที่สร้างความเท่าเทียมสู่แคมเปญ Thisability กันค่ะ

เมื่อความเชื่อใน อุดมคติทำให้การจ้างงานคนพิการเป็นเรื่องยาก

หากพูดถึงโอกาสที่คนพิการจะได้ทำงาน แทบจะเป็นเรื่องยาก หรือ หลายคนมองว่ามันเป็นไปไม่ได้ด้วยซ้ำ เพราะเขาเชื่อว่าคนพิการไม่สามารถทำงานได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิด เพราะพวกเขาอาจจะไม่ได้ใช้ชีวิตหรือรู้จักกับคนพิการ 

หากเราอยากให้คนพิการได้รับโอกาสในสังคมอย่างแท้จริง อาจจะต้องเริ่มจากความเข้าใจคนพิการ การเปลี่ยนแปลงกฎหมาย โครงสร้าง และที่สำคัญเปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีต่อคนพิการ ซึ่งอาจเป็นเรื่องยากที่สามารถจะทำให้เกิดขึ้นในเร็ววัน แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เลย

ปัจจุบันมีกฎหมายเกี่ยวกับการจ้างงานคนพิการ เพื่อผลักดันคนพิการให้มีงานทำมากขึ้น ในกฎหมายมาตราที่ 33 ระบุไว้ว่า ในบริษัทที่มีลูกจ้าง 100 คน ต้องจ้างคนพิการอย่างน้อย 1 คน  การจ้างรูปแบบนี้ยังไม่แพร่หลายในประเทศไทย เพราะคนส่วนมากในสังคมไทยเชื่อว่าคนพิการยังทำงานไม่ได้

มาตรา 34 ให้นายจ้างส่งเงินเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการในอัตราเท่าค่าแรงขั้นต่ำต่อเดือน

มาตรา 35 เปิดโอกาสให้นายจ้างสนับสนุนในรูปแบบอื่น รวม 7 รูปแบบ เช่น การให้สัมปทาน การจัดสถานที่จำหน่ายสินค้าและบริการ การจ้างเหมาช่วงงาน การฝึกงาน การจัดหาอุปกรณ์ การจัดหาล่ามภาษามือ หรือการให้ความช่วยเหลือในลักษณะอื่นการจ้างเช่นนี้ได้รับความนิยมมากกว่าการจ้างมาตรา 33 

ถึงแม้จะมีกฎหมายการจ้างงานออกมาเพื่อสนับสนุนคนพิการให้มีงานทำ แต่ตัวเลขการจ้างงานคนพิการยังคงน้อยเมื่อเทียบกับสัดส่วนของคนพิการในปัจจุบัน เราจึงอยากให้ทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น ภาครัฐ ผู้ประกอบการหรือบริษัทสนับสนุนคนพิการมากขึ้น  เพราะ บางทีคุณอาจจะได้เห็นศักยภาพของคนพิการมากขึ้นอีกด้วย เราเชื่อว่า เมื่อทุกคนลองเปิดใจความเท่าเทียมจะเกิดขึ้นได้จริงในสังคม 

ปัจจุบันแสนสิริได้รับคนพิการมาทำงาน ในมาตรา 33 และมาตรา 35 เป็นจำนวนมากกว่า 30 คน  จึงอยากเพิ่มโอกาสคนพิการมากขึ้นค่ะ

โอกาสเล็กๆ ที่เปลี่ยนชีวิตคน

การที่บริษัท หรือ องค์กรเปิดโอกาสให้คนพิการได้เข้ามาทำงาน ไม่ใช่แค่การให้โอกาส แต่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตคนได้ เพราะ คนพิการก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่ต้องทำงานหาเงินเพื่อเลี้ยงดูตัวเองหรือเลี้ยงดูครอบครัวเหมือนกับคนอื่นๆ

 การที่เขาได้รับการจ้างงาน ทำให้เขาไม่เป็นภาระของสังคม ของครอบครัว และสามารถที่จะเลี้ยงดูตัวเองได้ มีความภูมิใจในตัวเอง รวมถึงเห็นคุณค่าของตัวเองมากขึ้น คนพิการไม่ได้ต้องการความพิเศษ ไม่ต้องปฏิบัติกับเขาพิเศษกว่าคนอื่นๆ เพียงแค่ให้พื้นที่ในการใช้ชีวิตอยู่ในสังคม ให้เขาได้ทำงานและมีพื้นที่ที่อำนวยความสะดวกให้เขาสามารถใช้ชีวิตด้วยตัวเองได้ ก็จะทำให้เขาสามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข โอกาสที่หลายคนมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่สำหรับใครบางคนอาจเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตใครบางคนไปตลอดกาล เพียงเพราะโอกาสเล็กๆ ที่ใครบางคนหยิบยื่นให้

เมื่อการปฏิเสธกลายเป็นแรงบันดาลใจ

มีคนพิการจำนวนมากหางานยากและถูกปฏิเสธในการรับเข้าทำงาน ในตอนเด็ก ๆ เราเคยเชื่อว่า ถ้าเรามีความสามารถทำงานได้ องค์กรต่างๆ ก็คงรับเราเข้าทำงาน แต่เมื่อเติบโตขึ้นมา เรากลับพบว่า ในชีวิตจริงไม่ใช่แบบนั้น เราและคนพิการจำนวนมากที่ถูกปฏิเสธ และเราต้องเยียวยาหัวใจตัวเองและกลับมาเตรียมตัวเองให้พร้อมและลุกขึ้นสู้ใหม่อีกครั้ง เราเชื่อว่า เมื่อเราทำได้ เราอาจเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนอื่น และสามารถเพิ่มโอกาสให้กับคนอื่นได้มีงานทำอีกด้วย  

แสนสิริสะพานแห่งโอกาสที่สร้างความเท่าเทียมสู่โครงการ Thisability

ด้วยแสนสิริมีความเชื่อที่ว่า “ศักยภาพไม่ควรถูกจำกัดไว้เพียงเพราะสภาพทางร่างกาย ทุกคนควรได้แสดงศักยภาพของตัวเองอย่างเต็มที่ โดยไม่ถูกตัดสินจากสายตาใคร” และแสนสิริสนับสนุนความเท่าเทียมมาตลอด จึงต่อยอดด้วยการส่งต่อโอกาสให้กับคนพิการ ภายใต้แคมเปญ​ Thisability เปิดพื้นที่ให้ทุกความสามารถเท่าเทียม แสนสิริอยากเป็นส่วนเล็กๆ ที่ทำให้สังคมเกิดความเท่าเทียมอย่างแท้จริง 

แสนสิริเอง ก็ได้รับคนพิการเข้ามาทำงาน ต่อเนื่องกันเป็นปีที่ 3 และเราก็เป็นหนึ่งในนั้น เราเชื่อว่าการให้โอกาสคนพิการได้เข้ามาทำงาน ไม่ได้แค่ทำให้เกิดความเท่าเทียมในสังคม แต่ยังช่วยพัฒนาชีวิตและศักยภาพของคนพิการ ทำให้เขากล้าแสดงออกและรู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสังคมยังไม่ถูกแบ่งแยกอีกด้วย 

แสนสิริจึงร่วมมือกับ HABITO MALL และร้าน Fuzzy Puppy จนได้ผู้พิการทางการได้ยิน อย่างน้องวา มนัสชญา บุตรพรม ที่พูดไม่ได้เลย แต่เขียนหนังสือได้เข้ามาทำงาน part time ขณะที่ยังเรียนมหาวิทยาลัย ปี 3 ซึ่งน้องวาก็เคยถูกปฏิเสธการจ้างงาน จนมาเจอโครงการนี้ทำให้น้องสามารถมีรายได้เลี้ยงดูตัวเองในขณะเรียน แบ่งเบาภาระพ่อแม่ รวมถึงมีความภูมิใจในตัวเองค่ะ 

และเราหวังว่า สิ่งที่เราทำจะสามารถส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับสังคม และภาคธุรกิจอื่นๆ ให้ส่งเสริมความเท่าเทียม ให้โอกาสคนพิการ และส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับสังคมด้วยเช่นกันค่ะ

เพราะ ทุกโอกาสที่หยิบยื่นให้ คือประตูบานหนึ่งที่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตคนพิการ ให้เกิดความเท่าเทียมในสังคม

Related Articles

เผยความลับของ “ซองแดง” ที่ทำให้หัวใจถูกเติมเต็ม

ซองแดง…ของขวัญแทนใจ ที่เชื่อมโยงทุกความรู้สึก ตรุษจีน ถือเป็นการเริ่มต้นปีใหม่ของจีน เป็นสัญลักษณ์ของความหวัง และการเริ่มต้นใหม่ของผู้คนจำนวนมาก ไม่ใช่แค่เทศกาลสืบต่อกันมายาวนานเท่านั้น ถ้านึกถึงเทศกาลตรุษจีนทุกคนนึกถึงอะไรกันมากที่สุดคะ?  การไหว้เจ้า ไหว้บรรพบุรุษ อาหารเต็มโต๊ะ หรือญาติพี่น้องที่มารวมตัวกัน เพื่อพูดคุย พบปะ สังสรรค์ และอีกหนึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ “ซองแดง”  แท้จริงแล้วการได้รับซองแดง ที่เรียกว่า “แต๊ะเอีย” หรือ

รู้ไหม! อาบน้ำถูกหลักโอบอุ้มสุขภาพมากกว่าที่เราคิด

รู้ไหม! การอาบน้ำไม่ใช่แค่การชำระล้างร่างกาย แต่ยังส่งผลต่อสุขภาพ เราจึงควรอาบน้ำให้ถูกหลัก เพื่อโอบอุ้มสุขภาพที่ดีของเราไว้ ทุกคนรู้ไหมคะว่าแค่การอาบน้ำผิดหลักหรือผิดสถานการณ์ ก็ส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายของเราได้เหมือนกันนะ หลายคนคงสงสัยกันใช่ไหมคะว่าแค่อาบน้ำในชีวิตประจำวันที่เราต้องทำเป็นประจำ จะส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายของเราได้ยังไงใช่ไหมคะ แต่แท้จริงแล้วอาจมีบางเรื่องที่เรามองข้ามไป หลายคนอาจจะได้ยินผู้ใหญ่เคยพูดว่า เราไม่ควรทานข้าวเสร็จแล้วอาบน้ำทันทีนะ บางคนอาจจะมองว่าเป็นแค่ความเชื่อของผู้ใหญ่ แต่ที่จริงแล้วอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของเรามากกว่าที่เราคิด เพราะการทำเช่นนี้ อาจส่งผลเสียต่อระบบย่อยอาหาร  หรืออาจจะเป็นเรื่องที่หลายคนไม่เคยรู้มาก่อน อย่างเช่นคนที่มีความดันต่ำไม่ควรอาบน้ำอุ่นหรือน้ำเย็นเกินไป หรือเราไม่ควรอาบน้ำทันทีหลังทานของมึนเมามาทุกชนิด เพราะอาจเป็นลมหมดสติได้

 รู้ไหม! ต้องทำไงถึงไม่ให้เกลียดวันจันทร์

ลองปรับมุมมองที่มีต่อวันจันทร์  ชีวิตการทำงานของเราจะสดใสขึ้น ทุกคนเคยมีอาการแบบนี้ไหมคะ? ถึงวันจันทร์ทีไร ไม่อยากลุกออกจากเตียง เหมือนเตียงดูด ไม่อยากไปทำงาน รู้สึกเหนื่อยตั้งแต่ยังไม่เริ่มทำงาน ฯลฯ หรือบางคนอาจจะเกิดอาการเหล่านี้ตั้งแต่วันอาทิตย์ด้วยซ้ำ  อาการแบบนี้สามารถเกิดขึ้นกับทุกคนได้เรียกว่า “Monday Blues” หรือ อาการเกลียดวันจันทร์ หลายคนอาจจะมองเป็นเรื่องที่แสนธรรมดา แต่แท้จริงแล้วส่งผลต่อสุขภาพมากกว่าที่เราคิดไม่ว่าจะเป็นสุขภาพใจหรือสุขภาพกาย  มีงานวิจัยที่มีชื่อว่า Are anxious